วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ประวัติย่อของท่านนบีมูซา ( อ. )


ประวัติย่อของท่านนบีมูซา ( อ. )
           ท่านนบีมูซา ( อ. ) เป็นบุตรของอิมรอน สืบเชื้อสายมาจากลูกหลานของท่านนบีอิบรอฮีม ( อ. ) กำเนิด ณ ประเทศมิสรี ( อียิปต์ในปัจจุบัน ) ในสมัยเจ้าเมืองผู้มีอำนาจเด็ดขาดคือ ฟิรอูน โดยโหรประจำตัวทำนายว่า จะมีคนดีมาเกิดในตระกูลบะนีอิสรออีล ฟิรอูนจึงได้ออกคำสั่งให้ฆ่าทารกที่เกิดมาเป็นเพศชายทุกคน ไม่ว่าทารกนั้นจะอยู่ในวงศ์ตระกูลใดก็ตาม
          เมื่อนบีมูซา ( อ. ) คลอดออกมา มารดาของท่านเกรงว่าบุตรจะเป็นอันตราย จึงเอานบีมูซา ( อ. ) บรรจุหีบปล่อยให้ลอยไปในแม่น้ำไนล์ โดยให้ญาติสนิทคอยสังเกตการณ์ว่า หีบนั้นจะลอยไป ณ สถานที่ใด ในที่สุดหีบนั้นลอยทวนน้ำไปสู่ปราสาทของฟิรอูนหัวหน้าสำนักพระราชวังแลเห็นหีบนั้น จึงเรียกผู้อยู่ในสำนักมาดูพร้อมทั้งฟิรอูนและภรรยา ฟิรอูนก็ออกคำสั่งว่า จงฆ่าทารกนั้น แต่ภรรยามีความใจอ่อน ขอร้องให้เลี้ยงไว้ป็นบุตรบุญธรรมต่อไป โดยทางสำนักได้จัดหาแม่นมให้แก่นบีมูซา ( อ. ) แต่ท่านไม่ยอมดื่มนมจากแม่นมคนใดเลย ในขณะนั้น ญาติสนิทของมารดานบีมูซา ( อ. ) อยู่ ณ ที่นั้นด้วย จึงแนะนำว่า มีแม่นมอีกคนหนึ่งที่มีความสามารถเลี้ยงทารกได้เป็นอย่างดี ควรที่จะชวนมาเป็นแม่นมของท่านนบีมูซา ( อ. ) พวกนั้นเห็นพ้องด้วย จึงให้ไปนำมา เมื่อหญิงนั้นได้ถูกนำมา ท่านจึงยอมดื่มนมและรับการเลี้ยงดูเป็นอย่างดี หญิงคนนั้นก็คือมารดาของนบีมูซา (อ.)นั่นเอง
          เมื่อท่านเติบโตขึ้น ก็ได้รับการศึกษาในวิชาการต่างๆ ดุจดังลูกกษัตริย์ทั่วไป ทำให้ท่านมีความรู้ ความฉลาดในทุกๆแขนงเหนื่อเด็กอื่นๆ ทั้งหลาย
          อยู่มาวันหนึ่ง ท่านออกไปนอกพระราชวัง พบชายชาวมิสรีกับชายชาวบะนีอิสรออีลกำลังทะเลาะกัน ถึงกับจะฆ่ากัน ท่านเข้าไปช่วยชาวบะนีอิสรออีล ด้วยการใช้มือกระทุ้งเข้าที่ท้อง ทำให้ชาวมิสรีถึงแก่ความตาย โดยไม่เจตนาที่จะให้ตาย ท่านนึกเสียใจและสำนึกผิดตลอดมา
          ครั้นเมื่อข่าวการฆ่าตกรรมของนบีมูซา ( อ. ) ได้แพร่สบัดไปยังกลุ่มชนมิสรี ญาติของเขามีมติว่าจะจับนบีมูซา ( อ. ) มาฆ่าให้ตายตามกัน แต่มีผู้หวังดีคนหนึ่งทราบข่าว จึงได้ไปจ้งนบีมูซา ( อ. ) หลบหนีออกจากเมืองโดยด่วน ท่านจึงได้หลบหนีไปยังเมืองมัดยัน
          ขณะที่ท่านกำลังเดินทางไปที่เมืองมัดยัน ท่านพบบ่อน้ำแห่งหนึ่งที่บุคคลจำนวนมากจะเอาน้ำในบ่อให้สัตว์เลี้ยงกิน และเห็นผู้หญิงสองคนจะเข้าไปเอาน้ำ แต่ต้องคอยเป็นเวลานาน เนื่องจากผู้คนจำนวนมาก ท่านจึงได้ยกหินที่หนักต้องใช้คนยก 7 คน เปิดปากบ่อใหม่ขึ้นอีกบ่อหนึ่ง ทำให้ผู้หญิงทั้งสองคนนั้นได้น้ำไปให้สัตว์กิน เมื่อทั้งสองกลับไปถึงบ้านก็เล่าให้บิดาฟัง ว่ามีชายคนหนึ่งเปิดบ่อน้ำให้ ท่านนบีชุอีบ ( อ. ) จึงได้ให้บุตรไปตามชายคนนั้นมาที่บ้าน และบุตรีบอกแก่บิดาว่า ให้จ่างชายคนนั้นไว้เลี้ยงสัตว์ของเรา เพราะเขาแข็งแรงและไว้ใจได้ ในที่สุดนบีชุอีบ ( อ. ) ได้ทำการแต่งงานกับบุตรีของท่านในเวลาต่อมา
          นบีมูซาอยู่ในมัดยันเป็นเวลา 10 ปีหลังจากนั้นท่านและภรรยาก็ได้เดินทางกลับไปที่มิสรี เมื่อไปถึงภูเขาลูกหนึ่ง ณ สถานที่นั้นเอง ท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรอซูลนำบัญญัติเผยแผ่แก่ฟิรอูนและพวกพ้องโดยอัลลอฮ์ ( ซ.. ) ประทานมัวะอ์ญิซาต คือ ไม้เท้าที่ขว้างไปจะกลายเป็นงูใหญ่ให้ และเมื่อล้วงมือไปในคอเสื้อแล้วเอาออกมา จะปรากฏแสงขาวนวลขึ้น โดยไม่เป็นอันตรายแก่ใคร ทั้งนี้เพื่อแสดงถึงความเป็นรอซูลของอัลลอฮ์ ( ซ.. )
          เมื่อนบีมูซา ( อ. ) เข้าไปยังเมืองมิสรีได้พบกับฮารูน ผู้เป็นพี่ชาย ทั้งสองจึงเข้าไปหาฟิรอูน พร้อมกับแจ้งให้ทราบว่า ตนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรอซูลแล้ว โดยมีหลักฐานมัวะอ์ญิซาตแสดงให้ทราบคือ ไม้เท้าและมือของท่าน ฟิรอูนหาว่าสิ่งนั้นเป็นมายากลพวกเขาก็สามารถทำได้เช่นกัน ดังนั้น ฟิรอูนจึงได้ประกาศให้นักเล่นกลที่อยู่ตามหัวเมืองต่างๆ มาชุมนุมแสดงกลกัน เพื่อประลองความสามารถ ปรากฏว่าพวกเขาต่างปราชัยไปในที่สุด และอีหม่ามศรัทธาในพระเจ้าของนบีมูซา ( อ. ) โดยสมัครใจ
          อัลลอฮ์ ( ซ.. ) ได้มีคำสั่งให้นบีมูซา ( อ. ) จากเมืองมิสนีไปยังริมฝั่งทะเลแดง เมื่อฟิรอูนทราบข่าว จึงยกกองทัพติดตามไป หมายที่จะสังหารท่านนบีมูซา ( อ. ) และพรรคพวกให้หมดสื้น ด้วยคำสั่งของอัลลอฮ์ใช้ให้นบีท่านเอาไม้เท้าตีไปที่ทะเลนั้น ทำให้ทะเลแยกออกเป็นทางตามที่ประสงค์ แล้วท่านนบีมูซา ( อ. ) กับพวกก็เดินข้ามไปโดยปลอดภัยเมื่อกองทัพของฟิรอูนติดตามมาจนถึงทะเล ปรากฏว่าทะเลนั้นก็ปิดตัวลง ทำให้พวกฟิรอูนจมอยู่ในทะเลทั้งหมด     

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น