แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิชาหลักการศรัทธา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิชาหลักการศรัทธา แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554

หลักการศรัทธาในกำหนดสภาวการณ์แห่งความดีความชั่ว

เตาฮีด บทที่ 7
หลักการศรัทธาในกำหนดสภาวการณ์แห่งความดีความชั่ว
ต้องศรัทธาว่า  ความดีและความชั่วนั้น ย่อมเป็นไปตามกำหนดของอัลลอฮฺ เช่น การเกิด การตาย ความสุข ความทุกข์   ความดี ความชั่ว อัลลอฮฺท่านทรงกำหนดทั้งสิ้น (อัลลอฮฺทรงบังเกิดมนุษย์ขึ้นมานั้นมีจิตใจสะอาด ร่าวกายสันทัด สมส่วนประณีต มีสติปัญญา และกำลังความสามารถเป็นสิทธิ์และหน้าที่ของมนุษย์ ในอันที่จะใช้สติปัญญาพิจารณาสิ่งใดดีและสิ่งใดชั่ว ตามที่พระองค์ได้ทรงสัญญาไว้ จึงกล่าวได้ว่าความดีและความชั่วนั้น ต้องเป็นไปตามกำหนดสภาวการณ์เสมอ จะอ้างว่า อัลลอฮฺไม่ทรงไว้ซึ่งความยุติธรรมนั้นหามิได้ เพราะจะทำให้การศรัทธานั้นเสียไป

หลักการศรัทธาต่อวันอาคิเราะห์

ตาฮีด บทที่ 6
หลักการศรัทธาต่อวันอาคิเราะห์ (วันปรโลก)
1 ต้องศรัทธาว่า วันสิ้นโลกนั้นมีจริง
2 ต้องศรัทธาว่า การเกิดใหม่ในวันอาคิรนั้นเป็นความจริง
3 ต้องศรัทธาว่า การตอบแทนผลกรรมที่ทำไว้เป็นความจริง
4 ต้องศรัทธาว่า การรับทุกข์ในหลุมฟังศพเป็นความจริง
5 ต้องศรัทธาว่า ความสุขในหลุมฟังศพเป็นความจริง
6 ต้องศรัทธาว่า เมื่อเกิดใหม่แล้วต้องไปรวม ณ สถานที่แห่งเดียวกัน (ทุ่งมะห์ซัร)
7 ต้องศรัทธาว่า การเกิดใหม่นั้นมีลักษณะต่างกัน แล้วแต่บุญและบาป
8 ต้องศรัทธาว่า การสอบสวนการชำระบุญและบาปนั้นเป็นความจริง
9 ต้องศรัทธาว่า การรับบัญชีด้วย มือขวา และ มือซ้าย นั้นเป็นความจริง
10 ต้องศรัทธาว่า มนุษย์ทุกคนต้องผ่านสะพาน ซี่รอต้อลมุซตากีม
11 ต้องศรัทธาว่า นบีมุฮัมหมัด (ซ.ล.) ให้การสงเคราะห์ประชากรของท่าน
12 ต้องศรัทธาว่า สวรรค์และนรกมีจริง
13 ต้องศรัทธาว่า มุอ์มินเท่านั้น ที่จะได้เห็นพระองค์ในสวรรค์
14 ต้องศรัทธาว่า มุอ์มินเท่านั้นที่จะอยู่ในสวรรค์ตลอดการ

หลักการศรัทธาต่อบรรดาร่อซู้ล

ตาฮีด บทที่ 5
ซีฟัตวายิบ (คุณลักษณะ) สำหรับร่อซู้ลมี 4 ประการ
1 ร่อซู้ลนั้นมีสัจจะ
2 ร่อซู้ลนั้นเป็นที่ไว้วางใจได้
3 ร่อซู้ลนั้นนำบัญญัติออกเผยแผ่
4 ร่อซู้ลนั้นฉลาดรอบรู้

หลักการศรัทธาต่อบรรดาคัมภีร์

เตาฮีด บทที่ 4
ต้องศรัทธาว่าบรรดาคัมภีร์ ที่ทรงประทานให้แก่บรรดาร่อซู้ลนั้นมี 104 เล่ม ที่นับว่าสำคัญยิ่งมี 4 เล่ม
1 คัมภีร์  อัตเตารอตุ  ทรงประทานให้แก่ นบีมูซา ( อ. )
2 คัมภีร์  อัลอินญีล  ทรงประทานให้แก่ นบีอีซา ( อ. )
3 คัมภีร์  อัซซาบูร  ทรงประทานให้แก่ นบีดาวูด ( อ. )
4 คัมภีร์  อัลกุรอานนุ้ลการีม  ทรงประทานให้แก่ นบีมูฮัมหมัด (ซ.ล. )
5 คัมภีร์  60 ซุฮุฟ  ทรงประทานให้แก่ นบีชีด ( อ. )
6 คัมภีร์  30 ซูฮุฟ  ทรงประทานให้แก่ นบีอิบรอฮีม ( อ. )
7 คัมภีร์  10 ซูฮุฟ  ทรงประทานให้แก่ นบี มูซา ( อ. )

หลักการศรัทธาต่อบรรดาม่าลาอิกะห์

เตาฮีด บทที่ 3
ต้องศรัทธาต่อบรรดาม่าลาอิกะห์ของอัลลอฮฺ คือ
1 บรรดาม่าลาอิกะห์  ถูกบังเกิดด้วยรัศมี                            6 บรรดาม่าลาอิกะห์  จำแลงร่างได้ทุกอย่าง
2 บรรดาม่าลาอิกะห์  ไม่มีการหลับนอน                            7 บรรดาม่าลาอิกะห์  ไม่มีบิดามารดาภรรยาและยบุตร
3 บรรดาม่าลาอิกะห์  ไม่มีเพศชายเพศหญิง                        8 บรรดาม่าลาอิกะห์  ทำความดีเป็นนิจสิน
4 บรรดาม่าลาอิกะห์  ไม่ฝ่าฝืนคำสั่งของอัลลอฮฺ                 9 บรรดาม่าลาอิกะห์  ไม่กินไม่ดื่ม
5 บรรดาม่าลาอิกะห์  ปฏิบัติตามคำสั่งของอัลลอฮฺ             10 บรรดาม่าลาอิกะห์  มีจำนวนมาก ไม่มีผู้ใดรู้จำนวน                                                                                                                             
                                                                                            นอกจากอัลลอฮฺ

วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ซีฟัตวายิบสำหรับ อัลลอฮฺ

เตาฮีด บทที่ 2
ซีฟัตวายิบ(คุณลักษณะ)สำหรับ อัลลอฮฺ มีมากมายหลายประการ เช่น
1  อัลลอฮฺ ทรง มี                                                                           11 อัลลอฮฺ ทรง ได้ยิน
2 อัลลอฮฺ ทรง เดิม                                                                         12 อัลลอฮฺ ทรง เห็น
3 อัลลอฮฺ ทรง ถาวร                                                                      13 อัลลอฮฺ ทรง พูด
4 อัลลอฮฺ ทรง ต่างกับของใหม่                                                     14 อัลลอฮฺ ผู้ทรง อานุภาพ 
5 อัลลอฮฺ ทรง ดำรงด้วยพระองค์เอง                                            15 อัลลอฮฺ ผู้ทรง เจตนา
6 อัลลอฮฺ ทรง เอกะ                                                                      16 อัลลอฮฺ ผู้ทรง รอบรู้
7 อัลลอฮฺ ทรง สามารถ                                                                 17 อัลลอฮฺ ผู้ทรง เป็น
8 อัลลอฮฺ ทรง เจตนา                                                                    18 อัลลอฮฺ ผู้ทรง ได้ยิน
9 อัลลอฮฺ ทรง รู้                                                                            19 อัลลอฮฺ ผู้ทรง เห็น
10 อัลลอฮิ ทรง เป็น                                                                      20 อัลลอฮฺ ผู้ทรง พูด

รู่ก่นอีหม่าน ( 6 )

รุกุนที่ 6
อีมานต่อกฎกำหนดสภาวะทั้งดีและร้าย
                           อีมานต่อกฎกำหนดสภาวะของอัลลอฮ์ทั้งดีและร้ายนั้นคือการศรัทธา ความดีและความชั่ว สุขและทุกข์  จนและรวย ตลอดจนการเจ็บไข้ได้ป่วยและการมีสุขภาพดี การเริมต้นและการสิ้นสุดที่ประสบแก่ชีวิตมนุษย์ทุกคนตลอดจนสรรพสิ่งทั่งหลายทั้งปวงต้องเป็นตามกฎที่อัลลอฮ์ทรงกำหนดไว้ทั้งสิ้นไม่มีอำนาจใดๆที่จะแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงกฎของพระองค์ได้นอกจากพระองค์เองหรือจะกล่าวสั้นๆจะได้ความว่าคุณสมบัติทุกประการของบรรดามัคลู๊กเป็นผลของพระกำหนดแห่งอัลลอฮ์ ตะอาลา ทั้งสิ้น
                           ส่วนเรื่องความประพฤติของบุคคลนั้น อัลลอฮ์ ทรงสั่งให้ทุกคนประพฤติดีอย่าประพฤติชั่วและแนวทางที่ดีและชั่วพระองค์ก็ทรงชี้แจงไว้แล้วทั้งสิ้น ใครจะเลือกเดินทางไหนก็เป็นเรื่องของผู้นั้น พระองค์ไม่ทรงเกี่ยวข้องกับการประพฤติดีประพฤติชั่วของแต่ละบุคคลเลย หน้าที่ของพระองค์ก็คือให้การตอบแทนผู้ประพฤติปฏิบัติตามผลของงานตามที่เขาได้ประกอบไว้โดยครบทุกประการ

รู่ก่นอีหม่าน ( 5 )

รุกุนที่ 5
อีมานต่อวันปรโลก
                           การอีมานต่อวันปรโลกนั้น คือ การศรัทธาว่าต้องมีวันหนึ่งซึ่งเป็นวันพิจารณาผลกรรมที่มนุษย์แต่ละคนได้ประกอบไว้ทั้งนี้หลังที่จักรวาลได้พินาศหมดสิ้นแล้ว จากนั้นอัลลอฮ์ตะอาลา ก็ทรงให้มนุษย์ทุกคนฟื้นคืนชีพ ขึ้นมาเพื่อชำระการงานของเขาที่ประกอบไว้ในโลกดุนยานี้ กล่าวคือใครทำดีตามที่พระองค์ทรงบอกไว้ผู้นั้นจะได้สถิตย์อยู่ ณ สวนสวรรค์อันรื่นรมย์ แต่ถ้าใครกระทำความชั่วความผิด และเป็นความผิดที่พระองค์ไม่ทรงอภัยโทษให้ ผู้นั้นก็จะต้องอยู่ในนรก ในวันนั้นมนุษย์ทุกคนไม่สามารถที่จะให้ความช่วยเหลือกันและกันได้เลย แม้แต่พ่อกับลูก สามีกับภริยา พี่กับน้อง และลูกกับแม่ ยิ่งกว่านั้นต่างคนต่างก็จะหลบหน้าหนีให้ห่างไกลกัน เพราะเกรงว่าจะถูกขอร้องให้ช่วยเหลื่อและเขาเองก็ไม่อาจช่วยอะไรได้
                            อนึ่ง วันปรโลกนั้น เป็นวันที่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ไม่มีวันที่จะถึงการอวสาน มนุษย์และสรรพสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่และจะคงอยู่ตลอดไป ผู้ใดที่ประกอบคุณงามความดีไว้มาก ก็จะได้เสพสุข ตลอดการพร้อมด้วยลูกหลานที่มีประพฦติกรรมที่ดีๆ เช่น ตน ส่วนผู้ประกอบกรรมชั่วไว้เขาก็จะถูกลงโทษอย่างสาสม
                           การอีมานต่อวันปรโลกนั้นเป็นสิ่งจำเป็นปราศจากข้อสงใสใดๆทั้งสิ้น การอีมานนี้หมายถึงการศรัทธาต่อวันอวสาน และเครื่องหมายที่จะเกิดขึ้นก่อนวันนั้น ต่อความหมายและเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้นในกุบู้รรวมทั้งการลงโทษ และการได้รับความสุข การเป่าสังข์ การออกมาจากกุบู้รของมนุษย์  สภาพของวันกิยามะฮ์ ที่มีความกลหลอลหม่านและความตกใจ และการสอบสวน การยื่นสมุดบันทึกการวางตราชั่ง การเดินผ่านสะพาน อัศศิรอฏ การไปชุมนุมกันที่บ่อน้ำ การให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่อัลลอฮ์ทรงอนุมัติ การเข้าสวนสวรรค์อย่างมีความสุข การเข้าสู่นรกอย่างทนทุกข์ทรมาน และอื่นจากนี้ในเรื่องอื่นๆ ที่ได้กล่าวไว้ใน อัลกุรอาน และในหะดิษของท่านนบี (ซ.ล)

รู่ก่นอีหม่าน ( 4 )

รุกุนที่ 4
อีมานต่อบรรดาร่อซูลของพระองค์
                           การอีมานต่อบรรดาร่อซูลนั้นคือ ให้ศรัทธาว่า อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ทรงคัดเลือกบุคคลในหมู่มนุษย์ขึ้นคนหนึ่งให้ทำหน้าที่เป็นทูฑของพระองค์ เพื่อนำบทบัญญัติของพระองค์มาสั่งสอนแก่มวลมนุษย์ เฉพาะที่อัลกุรอานได้ระบุชื่อไว้มีอยู่
25 ท่าน และที่สำคัญมากมีอยู่ 5 ท่าน
1. ท่านนบีนูหฺ
2. ท่านนบีอิบรอฮีม
3. ท่านนบีมูซา
4. ท่านนบีอีซา
5. ท่านนบีมูฮัมหมัด
                           บทบัญญัติของอัลลอฮฺที่ญิบรีลนำมามอบให้บรรดาร่อซูลเพื่อนำมาชี้แจงสั่งสอนกับมนุษย์นั้น ล้วนแต่เป็นสิ่งที่จะอำนวยประโยชน์แก่ผู้ปฏิบัติตาม ทั้งในโลกนี้ และโลกหน้า ร่อซูลแต่ละท่านต่างก็มีหน้าที่นำบทบัญญัติมาแนะนำ ชี้แจงแก่ประชาชาติของท่านแต่สำหรับนบี มูฮัมหมัด (ซ.ล) ซึ่งเป็นร่อซูลท่านสุดท้ายนั้นมีหน้าที่แนะนำสั่งสอนแก่มนุษยชาติทั้งมวล แม้แต่ประชาชาติ ที่เคยมีร่อซูลมาก่อนแล้วก็ตาม ดังนั้นมนุษย์ทั้งหลายไม่ว่าประชาชาติ ใดตั้งแต่ยุคสมัยของท่านนบี (ซ.ล) เป็นต้นมาจะต้องศรัทธาและปฏิบัติตาม คำแนะนำสั่งสอนของท่านนบีมูฮัมหมัด(ซ.ล) จนกระทั่งถึงวันสิ้นโลก
                           การศรัทธาต่อบรรดาร่อซูลเป็นหนึ่งในบรรดาหลักการศรัทธา มนุษย์จำเป็นต้องศรัทธาต่อบรรดาร่อซูลทั้งมวลของอัลลอฮโดยปราศจากการแบ่งแยก อัลลอฮ ตะอาลา ตรัสไว้ว่า
( ความว่า : “พวกเจ้าจงกล่าวเถิด เราได้ศรัทธาต่ออัลลอฮ และสิ่งที่ถูกประทานแก่เรา และสิ่งที่ถูกประทานลงมาแก่อิบรอฮีม และอิสมาอีล และอิสหาก และยะอฺกูบ และบรรดาวงค์วาน และสิ่งที่มูซาและอีซาได้รับ และสิ่งที่บรรดานบีได้รับจากพระเจ้าของพวกเขา เรามิได้แบ่งแยกระหว่างคนหนึ่งคนใดจากพวกเขา และเราเป็นผู้สวามิภักดิ์ต่อพระองค์เท่านั้น)

รู่ก่นอีหม่าน ( 3 )

รุกุนที่ 3
อีมานต่อบรรดาคัมภีร์ของพระองค์
                             การอีมานต่อบรรดาคัมภีร์ของอัลลอฮฺ ตะอาลา นั้นคือการศรัทธาว่าพระองค์ทรงประทานคัมภีร์ให้แก่บรรดาร่อซูลของพระองค์ เป็นต้นว่า คัมภีร์ษะบูร ทรงประทานแก่นบีอีซา คัมภีร์เตารอต ทรงประทานแก่ นบีมูซา และคัมภีร์อัลกุรอานทรงประทานแก่นบีมูฮัมหมัด ( ซ.ล ) โดยทรงบัญชาให้บรรดาร่อซูลนำคัมภีร์เหล่านั้นไปประกาศให้ประชาชนได้ทราบ ดังนั้นเราจึงต้องศรัทธาต่อคัมภีร์ต่างๆ ที่บรรดาร่อซูลนำมาประกาศทุกฉบับโดยมิเลือกศรัทธาต่อฉบับหนึ่งฉบับใดเป็นการเฉพาะ เพราะคัมภีร์แต่ละฉบับเป็นคำกล่าวที่มาจากอัลลอฮฺ ตะอาลาทั้งสิ้น หาใช่ร่อซูลเป็นผู้ประพันธ์ขึ้นเองใหม่
                           การศรัทธาต่อบรรดาคัมภีร์ หมายถึงการเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่า บรรดาคัมภีร์ทั้งหมดถูกประทานมาจากอัลลอฮฺ และแน่นอนอัลลอฮฺได้ตรัสไว้อย่างแท้จริงว่า  ( ความว่า : “ โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย จงศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และร่อซูลของพระองค์เถิด และคัมภีร์ที่พระองค์ได้ประทานลงมาแก่ร่อซูลของพระองค์ และคัมภีร์ที่พระองค์ได้ประทานลงมาก่อนนั้นและผู้ใดปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ และมะลาอีก๊ะฮฺของพระองค์ และบรรดาคัมภีร์ของพระองค์ และบรรดาร่อซูลของพระองค์ และวันปรโลกแล้ว แน่นอน เขาได้หลงทางไปอย่างไกล )

รู่ก่นอีหม่าน ( 2 )

รุกุนที่ 2
อีมานต่อบรรดามะลาอีก๊ะฮฺของพระองค์
                        อีมานต่อบรรดามะลาอีก๊ะฮของพระองค์นั้น คือการศรัทธาว่าอัลลอฮฺตะอาลา ทรงบังเกิดบ่าวของพระองค์ประเภทหนึ่งด้วยรัศมีพระองค์ทรงขนานนามว่า  "มะลาอีก๊ะฮฺ"  คือ  บรรดามะลาอีก๊ะฮฺทั้งหลาย แต่ถ้ามะลาอีก๊ะฮฺท่านเดียวเรียกว่า มะลัก" บ่าวประเภทนี้ไม่เหมือนกับมนุษย์ทั้งโลกลักษณะคุณ และความประพฤติ ไม่มีเพศ คือไม่มีชายและไม่มีหญิง ไม่กิน ไม่ดื่ม ไม่นอน และสายตาใครไม่อาจแลเห็น โดยยกเว้นในกรณีพิเศษ เช่น เมื่อครั้งที่มะลัก ญิบรีลมาถาม ท่านร่อซูล ( ซ.ล ) เกี่ยวกับหลักการอิสลาม และหลักการศรัทธาเพื่อเป็นความรู้แก่บรรดาสาวกของร่อซูล (ซ.ล) และบรรดาผู้ศรัทธาโดยทั่วไปในครั้งนั้นท่านมะลักญิบรีล ได้แปลงร่างเป็นชายแปลกหน้าซึ่งบรรดาสาวกที่ร่วมอยู่กับท่าน ร่อซูล ( ซ.ล)ขณะนั้นต่างก็ได้เห็นโดยทั่วกันแต่ก็หาได้ทราบว่า ชายผู้นั้นคือ มะลักญิบรีลจนเมื่อท่านร่อซูลได้แจ้งให้ทราบนั่นและพวกเขาจึงได้ทราบกัน
                      บรรดามะลาอีก๊ะฮฺนั้น ทำหน้าที่รับใช้อัลลอฮ ตะอาลาโดยเคร่งครัด ปราศจากการขัดขืนและดื่อดึงใดๆทั้งสิ้น กล่าวคือ พวกเขาจะปฎิบัติตามที่อัลลอฮฺ ทรงบัญชาจนครบถ้วนทุกประการและทุกโอกาส

รู่ก่นอีหม่าน (1)

รุกุนที่ 1
อีมานต่ออัลลอฮฺ
                              การอีมานต่ออัลลอฮฺ ตะอาลา นั้นคือการศรัทธาโดยปราศจากการสงสัยใดๆ ว่าพระองค์ทรงมีอยู่จริง และทรงดำรงพระองค์เอง ทรงมีมาแต่ดั่งเดิมโดยไม่มีสิ่งใดมีมาก่อนพระองค์ และพระองค์ทรงดำรงอยู่ท้ายสุด ไม่มีสิ่งใดคงอยู่หลังจากพระองค์ พระองค์ทรงอยู่โดยเปิดเผยและทรงอยู่อย่างเร้นลับทั้งนี้ปรากฏในอัล    กุรอาน ซูเราะฮ อัลหะดีด อายะฮที่ 3
                              ( ความว่า : พระองค์ทรงเป็นองค์ปฐม ทรงเป็นองค์ท้ายสุด ทรงดำรงพระองค์โดยเปิดเผย และทรงดำรงพระองค์โดยเร้นลับ ) ทรงสร้างสรรทุกสิ่งทุกอย่างทั้งในท้องฟ้า และในพิภพ จักต้องพึ่งพระองค์ทั้งสิ้นพระองค์ไม่ทรงต้องพึ่งผู้ใดหรือสิ่งใด ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกสิ่งที่เกิดแล้วหรือสิ่งที่จะเกิดขึ้นใหม่ตลอดจนการเจริญ และเสื่อมสูญย่อมเป็นไปตามการกำหนด และการดลบันดาลของพระองค์ทั้งสิ้น พระองค์ทรงเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง ทรงได้ยินสรรพสำเนียง ไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดเสมอเหมือนด้วยพระองค์ จะเปรียบเทียบพระองค์กับสิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่ได้ทั้งสิ้นแม้แต่การสร้างจินตนาการ เพราะพระองค์ไม่ทรงเหมือนสิ่งใดๆ พระองค์ทรงรอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง แม้แต่ความนึกดิดในดวงจิตรพระองค์ก็ทรงทราบ เมื่อผู้ใดต้องการความช่วยเหลือจากพระองค์ จะต้องวิงวอนขอต่อพระองค์โดยตรงจะใช้ผู้หนึ่งผู้ใดหรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นสื่อนำอีกต่อหนึ่งไม่ได้เป็นอันขาด ทั้งนี้ก็เพราะพระองค์ทรงรู้จักบ่าวของพระองค์แต่ละคนเป็นอย่างดี และพระองค์ทรงห้ามการกระทำชนิดนั้นโดยเด็ดขาด และถือเป็นความผิดอันมหันต์ด้วย นอกจากนี้ พระองค์ทรงมีนามต่างๆอันไพเราะพร้อมทั้งคุณลักษณะอันประเสริฐอีกมากมาย  

รู่ก่นอีหม่าน

เรียนรู้กับศาสนาอิสลาม

เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจ ศึกาศาสนาอิสลาม ขั้นพื้อฐานโดยเฉพาะ

มุสลิมใหม่ ( มุอัลลัฟ )

เตาฮีดบทที่ 1 อัลอีมาน
                              ทุกคนที่ต้องการจะได้รับความสุขความราบรื่นทั้งในโลกนี้และโลกหน้า เขาจะต้องศรัทธาในหลักการศรัทธา 6ประการ ซึ่งแต่ละประการนั้น เรียกเป็นภาษาอาหรับว่า รุกนุลอีมาน-หลักการศรัทธา แต่ถ้าจะเรียกรวมกันที่เดียวทั้งหมด ก็ต้องเรียกว่า อัรกานุลอีมาน-บรรดาหลักการศรัทธา สำหรับผู้ที่ศรัทธาในบรรดาหลักทั้ง 6 ประการนั้น เราเรียกว่า มุมิน-ผู้ศรัทธา
รุกนุลอีมาน 6 ประการ
รุกนุลอีมานที่จำเป็นต้องศรัทธามี 6 ประการ
1. อีมานต่ออัลลอฮ
2. อีมานต่อบรรดามะลาอีก๊ะฮของพระองค์
3. อีมานต่อบรรดาคัมภีร์ของพระองค์
4. อีมานต่อบรรดาร่อซูล ( ศาสนทูต ) ของพระองค์
5. อีมานต่อวันโลกหน้า
6. อีมานต่อกฎกำหนดสภาวะทั้งดีและร้าย